บทสวดแผ่เมตตา บทแผ่เมตตา แผ่ส่วนกุศล
หากพูดถึงการสวดมนต์ทุกครั้งที่เราสวดมนต์ทุกคนเคยสงสัยกันไหมครับว่าไม่ว่าจะเป็นพระสวดที่วัด ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น พิธีต่างๆ ก็ล้วนแต่จะมีบทสวดแผ่เมตตาที่เป็นบทสวดสำหรับการแผ่เมตตาอยู่ด้วยเสมอๆ ก็เพราะว่าการแผ่เมตตาเหมือนการแสดงความรัก ความปรารถนาที่อยากจะให้สิ่งเหล่านั้นมีความสุข ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง เทวดา เปรต เจ้ากรรมนายเวร หรือสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้ได้มารับผลบุญ หรือสิ่งที่ดีที่เราได้กระทำแล้ว
Table of Contents
ความหมายของคำว่า “เมตตา”
“เมตตา” ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายถึง น. ความรักและเอ็นดู, ความปรารถนาจะให้ผู้อื่นได้สุข, เป็น ๑ ในพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา. (ป.).

บทสวดแผ่เมตตาต่างๆ
บทสวดแผ่เมตตา นั้นมีหลากหลายบท แต่ละบทก็ก็จะมีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป เช่น แผ่เมตตาให้ตนเอง แผ่เมตตาตาให้คนอื่น แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวร ฯลฯ โดยทางชรินทร์ได้รวบรวมบทแผ่เมตตาที่เป็นที่นิยมในการสวดมนต์ ณ ปัจจุบัน
บทสวดแผ่เมตตาแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย
อัพพะยาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด
บทสวดแผ่เมตตาให้ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ
ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุขกายสุขใจ รักษากายวาจาใจให้พ้นจากความทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
คาถาแผ่ส่วนกุศล
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข
อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข
อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ
บทปัตติทานคาถา
บทสวดนี้คนอาจจะไม่คุ้นกันเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้ไปเจอจากหนังสือพุทธมนต์จากพุทธกาล ของอาจารย์ดนัย ปรีชาเพิ่มประสิทธิ์ อาจารย์ได้แนะนำบทสวดปัตติทานคาถาเพื่อเป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ส่วนตัวแอดมินสวดบทนี้ปิดท้ายการสวดมน์เป็นประจำจึงอยากจะแนะนำว่าเป็นอีกบทสวดหนึ่งที่ดี
บทปัตติทานคาถา คือ
คาถาอุทิศส่วนบุญ สันนิษฐานว่าเป็นคาถาในสมัยกรุงศรีอยุธยาหรือสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ข้อมูลจากหนังสือพุทธมนต์จากพุทธกาล
ปุญญัสสิทานิ กะตัสสะ ยานัญญานิ กะตานิ เม เตสัญจะ ภาคิโน โหนตุ สัตตานันตาปปะมาณะกา
ขอสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ จงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญ ที่ข้าพเจ้าได้ทำในบัดนี้ แลแห่งบุญทั้งหลายอื่นที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้ว
เย ปิยา คุณะวันตา จะ มัยหัง มาตาปิตาทะโย ทิฏฐา เม จาปยะทิฏฐา วา อัญเญ มัชฌัตตะเวริโน
คือชนเหล่าใดเป็นที่รักผู้มีคุณ มีมารดาแลบิดาของข้าพเจ้า เป็นต้น ทั้งที่ข้าพเจ้าได้เห็นหรือแม้ไม่ได้เห็น แลสัตว์ทั้งหลายอื่น ที่เป็นกลาง แลมีเวรกันอยู่
สัตตา ติฏฐันติ โลกัสมิง เต ภุมมา จะตุโยนิกา ปัญเจกะจะตุโวการา สังสะรันตา ภะวาภะเว
สัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในโลก เกิดในภูมิ ๓ กำเนิด ๔ มีขันธ์ ๕ แลขันธ์ ๑ แลขันธ์ ๔ ท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยแลภพใหญ่
ญาตา เย ปัตติทานัง เม อะนุโมทันตุ เต สะยัง เย จิมัง นัปปะชานันติ เทวา เตสัง นิเวทะยุง
สัตว์เหล่าใดทราบการให้ส่วนบุญของข้าพเจ้าแล้ว ขอสัตว์เหล่านั้นจงอนุโมทนาเองเถิด ก็สัตว์เหล่าใดย่อมไม่ทราบการ ให้ส่วนบุญของข้าพเจ้านี้ ขอเทพทั้งหลายพึงแจ้งแก่สัตว์เหล่านั้น
มะยา ทินนานะ ปุญญานัง อะนุโมทะนะเหตุนา สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ อะเวรา สุขะชีวิโน เขมัปปะทัญจะ ปัปโปนตุ เตสาสา สิชฌะตัง สุภา
เพราะเหตุคือการอนุโมทนาบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้อุทิศ แล้วนี้ ขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่ามีเวร อยู่เป็นสุขเสมอ แลจงถึง พระนิพพานเถิด และขอความปรารถนาอันดีงามของสัตว์เหล่านั้น จงสำเร็จเทอญ
ขอบคุณคลิปบทสวดจากช่อง เมตตานัง
คาถาแผ่เมตตาพรหมวิหารสี่
บทเมตตา
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ
จงเป็นผู้ไม่มีเวรแก่กันและกันเถิด
อัพยาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นผู้ไม่มีทุกข์กาย ทุกข์ใจเถิด
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
จงเป็นผู้มีสุข พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด
บทกรุณา
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ
จงพ้นจากทุกข์เถิด
บทมุทิตา
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
มา ลัทธะสัมปัตติโต วิมุจจันตุ
จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น
กัมมัสสะกา
เป็นผู้มีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาทา
เป็นผู้รับผลของกรรม
กัมมะโยนิ
เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด
กัมมะพันธุ
เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์
กัมมะปะฏิสะระณา
เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย
ยัง กัมมัง กะริสสันติ
กระทำกรรมอันใดไว้
กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา
ดีหรือชั่ว
ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ
จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
แผ่เมตตาต้องทำตอนไหน ?
สามารถทำได้ตลอดทั้งวัน แต่ส่วนใหญ่มักจะสวดบทแผ่เมตตาหลังจากสวดมนต์ หรือ หลังจากทำความดีแล้ว
ทั้ง 5 บทนี้เป็นบทสวดแผ่เมตตาที่ทุกคนควรสวดมนต์เพื่อแผ่เมตตาในทุกๆวัน เพราะ เมตตา นั้นหมายถึงความรัก ความเอ็นดู เราชาวพุทธทุกคนควรจะหมั่นฝึกการให้เมตตาซึ่งอยู่ในพรหมวิหาร 4 ให้เป็นประจำ ส่วนใครที่อยากหาอาสนะนั่งสมาธิสำหรับนั่งสวดมนต์สามารถสอบถามเราที่ Facebook: ชรินทร์ ได้เลยนะคะ

